เฮ้ออออออออออออ อาทิตย์นี้เริ่มจากคุณย่าของขิมป่วย คุณป้าใหญ่ป่วย คุณไทน้อยป่วย คุณแดดดี้ของไทป่วย คุณป้าเล็กป่วย คุณตาของไทก็เริ่มป่วย ป่วยกันยกครัวเลยค่ะ เป็นหวัด เจ็บคอ ไอ เป็นไข้กันถ้วนหน้า ขิมยังไม่ถึงกับป่วย แต่ชีวิตปั่นป่วนอ่ะ
เรื่องมันมีอยู่ว่าคนเราเมื่อทำงานเค้าก็ทำกันกับหนึ่งที่ส่วนมาก บางคนก็รับจ๊อบอาจมีซะสอง แต่ดิชั้นไม่ค่ะ หนึ่งสองเราไม่ชอบ เราต้องสาม เหอ เหอ เหอ จริงๆไม่ได้ตั้งใจจะรับงานเยอะเลยนะคะ แต่ว่าตอนหางานมันก็หาใหญ่เลยไง พอเริ่มมันก็เริ่มมาก่อนจะได้งานประจำ ตกปากรับงานเค้าแล้วมันก็หยุดไม่ได้ถ้าไม่เสร็จ แล้วเดทไลน์มันก็ตรงกันไปหมดเลย เลยเกิดความเหนื่อยอย่างแรง ทำงานก็ไม่ทัน กลัวผลงานจะออกมาไม่ดีด้วยเพราะว่าอยู่ในช่วงสร้างชื่อ ไทก็มาป่วยพอดี งานนอกที่ปกติขิมทำช่วงที่ไทหลับแล้ว ก็ทำไม่ได้เพราะว่าคุณลูกนี้ดการกก ไม่กกตจะร้องทุกห้านาที แล้วแม่จะทำงานได้อย่างไร พ่อก็เปื่อย อัปเปหิตัวเองออกมานอนโซฟาหน้าห้อง ถึงพี่ไม่ป่วย ตอนกลางคืนก็ต้องแม่เท่านั้นที่อุ้มแล้วไม่ร้อง ไม่งั้นลืมตามาไม่เจอเป็นร้องไม่ก็คลานลงจากเตียงทั้งๆที่มีฝาชีครอบ (เธอพลิกฝาชีเลย) ซึ่งอันนี้กลัวลูกตกเตียงมาก สรุปแม่งานไม่ค่อยได้ ยังดีลูกเริ่มนอนได้ละ ไม่ต้องกกละ เมื่อคืนและคืนนี้เลยได้ทำงาน
ประกอบกับหลังที่เดี้ยงทำให้เมื่อวันจันทร์ไม่ได้ไปทำงาน แต่ work from home นะคะ ไม่ได้ไปทำงานแต่นั่งหน้าคอมพ์ทำงานเกือบเจ็ดชั่วโมง อยู่บ้านได้ยินเสียงลูกตลอด อยากอุ้ม อยากเล่นด้วย แต่อีแม่มีงานค้ำคอ ซึ่งถ้าวันนั้นไม่ได้หยุดรับรองงานต้องไม่เสร็จแน่ นี่ยังหายห่วงไปได้หนึ่งงาน
ตอนนี้ไทอาการดีขึ้นละ ยังมีน้ำมูกบ้าง แต่ซนเป็นลิงน้อยเหมือนเดิมละ กินยังน้อยอยู่ กลัวน้ำหนักลดจังเลย เมื่อวานซืนไทไปหาหมอมาโดยคุณตาพาไป ส่วนพ่อวันนี้อาการแย่มาก ไม่ได้ไปทำงาน แถมบอกปิดแอร์นอนแล้วก็ยังหนาว หนาวจนชาปลายนิ้วมือ แม่ละห่วงสุดๆ บอกให้ไปหาหมอเลยไม่ต้องรอ ก็ขับรถเองไม่ไหว จะให้น้าฆ้องพาไปก็ไม่ยอม ต้องรอแม่ตอนเย็น สรุปหมอก็บอกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่นั่นแหละ ยังดีแม่ยังไม่เป็น แต่ยังไม่รู้จะรอดมั้ย น๊อคๆๆๆ ที่รอดมาตอนนี้คงต้องบอกว่ามันคืออภินิหารสารพัดไวตามินคุณแม่ และความอึดตามสัญชาตญานแม่ลูกอ่อนเป็นแน่แท้
มาเรื่องงารประจำบ้าง โอ้ พระเจ้าไม่เคยทำงานที่ไม่มีวันจบสิ้นอย่างนี้มาก่อน งานที่เคยทำๆมาถึงจะยุ่งแต่จะหมดสิ้นลง แต่งานนี้ไม่มีวันหมด มันได้เรื่อยๆ ความรู้ทางวิชาการจะว่าไปขิมก็ไม่ได้ดีเริ่ด จบมาด้วยเกรดนิยมไม่ใช่เกียรตินิยมตอนเรียนตรี ประสบการณ์การทำงานก็แตกต่างจากตอนเรียน ขณะนี้กำลังพยายามเอาทั้งประสบการณ์การทำงานมา match กับ academic knowlegde ให้ออกมาเป็นเลคเชอร์เพื่อให้คนเรียนฟังเข้าใจและได้ความรู้ ส่วนคนสอนกลัวแอนด์เกรงเพราะยังกะไม่ถูกว่าต้องเตรียมขนาดไหนถึงจะ cover เวลาที่เค้าให้มา ดีเดย์สอนครั้งแรกในชีวิตพุธที่ผ่านมา 45 สไลด์ หมดไปในเวลาชั่วโมงสิบห้านาที ... แต่คลาสสามชั่วโมง แถมนักเรียนมีเรียนไปซบหมอนหลับไปอีกต่างหาก บังเอิญไม่ใช่นักเรียนคณะตัวเองไม่งั้นแม่จะเอา pointer ขว้างให้ (อาจารย์ยุคใหม่ไม่ใช้ชอล์คขว้างค่ะ)
นอกจากงานสอนแล้วงานคุมแลปสอนแลปนี่หล่ะค่ะหนักหนามากๆ สำหรับ physical ของดิชั้น หลังมันรับไม่ไหวกับการยืนเยอะขนาดวันละหกหรือเก้าชั่วโมง นักกายภาพที่เจอบอกว่าโหดมากสำหรับสภาพหลังในตอนนี้ แต่ทำไงได้ สู้ต่อไปเถอะอาจารย์แม่
ความคับอก(ซึ่งไม่ใช่น้ำนมที่จะให้ลูกดื่มได้) อีกอย่างคืองานที่ไม่ใช่งานสอน งานจัดกิจกรรมทางวิชาการ ซึ่งเค้ามีวางแผนกันมาตั้งแต่ขิมยังไม่เข้าทำงาน ขิมเข้าไปปุ๊ปไปช่วยทำปั๊ป แล้วอยู่ดีๆก็กลายมาเป็นงานเกือบหลักของขิม งานประชุมวิชาการสี่อาทิตย์รวด แถมเป็นเสาร์อาทิตย์ด้วยนะ เกิดมาไม่เคยจัด ความคิดเราก็ไม่ใช่ ให้เป็นหนึ่งในคณะทำงานจะไม่ว่าอะไร แต่อยู่ๆเป็นตัวหลักเฉยเลยค่ะ เหอ เหอ เหอ เต็มใจทำงานนะคะ แต่มันแย่ที่หาคนช่วยทำไม่ได้เลยนี่สิคะ งานนี้แหละที่ทำให้ชีวิตที่ทำงานยุ่งมาก ยุ่งตลอดเวลา ขับรถกลับบ้านในแต่ละวัน จากที่เคยฟังเพลง ร้องเพลง ฟังดีเจพูดแล้วก็นึกเบื่อดีเจ ตอนนี้ไม่มีแล้ว เปิดวิทยุไปด้วยจริง แต่สมองคิดเรื่องงานตลอดเลย
สุดท้ายนี้สัญญากับตัวเองว่าชีวิตเราจะ hectic แบบนี้ได้เทอมเดียวเท่านั้น ต่อๆไปจะไม่ยอมเป็นอย่างนี้เด็ดขาด กลัวมีปัญหาขาดความอบอุ่นในครอบครัว และขาดสุขที่พึงมีค่ะ
บ่นเสร็จละ คงต้องไปอาบน้ำแล้วเข้าไปกกลูกก่อน ก่อนที่พรุ่งนี้วันเสาร์จะไปประชุมตอนบ่ายครึ่ง และวันอาทิตย์ทำงานเต็มวัน ฮืออออออออ What a life????? :(
ปล. ขอบคุณทุกคนที่คิดถึงกันนะคะ และขอบคุณมากๆสำหรับน้องไลลา Merrygoround เสื้อผ้าที่ส่งให้ไทน่ารักมากๆค่ะ เดี๋ยวไว้มีเวลาพี่ขอตอบแทนบ้างนะคะ ไม่อยากเป็นผู้รับแต่ฝ่ายเดียวค่ะ