header photo

ตามล่าหาโรงเรียน

Posted on Fri 17 Sep 2010 23:26


หลังจากที่เทอมที่แล้วผิดหวังอย่างแรงกับโรงเรียนอนุบาลหน้าปากซอย 

ไม่ได้ผิดหวังกับคุณครูที่ดูแลเด็กๆ เพราะยังไม่มีโอกาสได้สัมผัสนานขนาดนั้น

แต่ผิดหวังกับการกระทำของผู้บริหาร (เจ้าของ)โรงเรียนมาก

ค่าเรียนก็ไม่ได้ถูกเลยสามหมื่นห้า แต่หม่ามี๊ยอมโยนทิ้ง

เพราะว่ารับผู้บริหารโรงเรียนไม่ได้

ไม่ให้โอกาสเด็ก จิกผู้ปกครอง และเราไม่ใช่บ้านแรกที่ออกแบบนี้

เค้าเล่าจากปากตัวเองเลยว่า มีผู้ปกครองมาขอลาออก

ซึ่งเราไม่สงสัยเลยว่าทำไม 

แม้แต่แพทย์ทางด้านพัฒนาการเด็ก 

ได้ฟังแล้วยังบอกเลยว่า ครูใหญ่คนนี้แปลก


............................................................................................................................


ตามล่าหา รงเรียน



เทอมสองที่จะถึงนี้ เลยได้ฤกษ์ตามหาโรงเรียนอีกครั้

คราวนี้แน่นอนว่าไม่ได้ใกล้บ้านเท่าเดิม เพราะที่เดิมใกล้ที่สุดแล้ว อยู่ปากซอยนี่เอง

วันพุธที่ผ่านมา หม่ามี๊ลางาน วางแผนพาคุณยายกับไทไปดูโรงเรียนที่มองๆไว้

เรากะไปดูกันสี่ห้าที่ ไม่รู้ว่าจะทันรึเปล่า

แต่จากที่คุยกับน้าดาวเพื่อนหม่ามี๊ น้าดาวทำให้ 8 โรงเรียน ในหนึ่งวัน

หม่ามี๊เลยคิดว่าเราจะทำได้ เพราะว่าโรงเรียนที่เราจะไปดูอยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่

ละแวกบ้านทั้งนั้นเลย ........

เช้าวันพุธ หม่ามี๊ตื่นเหมือนไปทำงานปกติ

เจอหน้าคุณยาย คุณยายก็ถามว่า อ้าวแต่งตัวแล้วเหรอ พี่ไทยังไม่ตื่นเลย

หม่ามี๊กับคุณยายกลัวจะสายไป เดี๋ยวไปไม่ครบ 

เลยแว้บออกไปดูโรงเรียนที่ใกล้ที่สุดก่อน

ที่แรกคือ "โรงเรียนปิยะจิตวิทยา" 

โรงเรียนนี้มีมายี่สิบกว่าปีแล้ว อยู่ซอยติดกับเตรียมพัฒน์

มีตั้งแต่ อนุบาล 1 ถึง ปอ 6 

ค่าเรียนเทอมละ 16,000 ทุกชั้น แต่มีค่าแรกเข้า 20,000 

สถานที่ก็กว้างขวางใช้ได้ แต่ไม่ใหม่มาก เพราะว่าโรงเรียนอายุมากแล้ว

คุณยายชอบความสว่าง โล่ง ของที่นี่ 

และประทับใจความสะอาดของห้องน้ำ

เราเดินเข้าไปเจอนักเรียนอนุบาลสอง กำลังเดินออกมานอกห้องเรียน

มาเรียนเรื่องการใช้โทรศัพท์สาธารณะ คุณครูก็พาเด็กๆออกมาลองหยอดเหรียญใช้จริง

ที่น่ารักคือ เด็กๆเห็นหม่ามี๊และคุณยายแล้ว ยกมือไหว้ทันที

มีเด็กคนนึงถามคุณครูที่พาเดินชมว่า "คุณแม่ของครูเหรอครับ" อิอิอิ

เด็กๆยิ้มแย้มแจ่มใส ดูมีความกระตือรือร้นในการเรียน ขณะเดียวกัน ครูก็ดูเป็นครูจริงๆ 

ไม่เด็กมาก ไม่สูงวัยมาก ดูมีแรง และกระฉับประเฉงดี

คุณครูถามเด็กๆว่า "ไหน ใครชอบมาโรงเรียนปิยะจิตรบ้างคะ" เด็กๆยกมือกันพรึบเลยค่ะ

ที่โรงเรียนมีห้องดนตรี ห้องคอมพ์ มีสระว่ายน้ำขนาดเล็ก ให้เด็กๆเรียนได้ตั้งแต่อนุบาลถึงปอสอง

(โตกว่านั้นจะตัวโตเกินสระ เพราะสระตื้นมาก)

ชั้นเด็กเล็กมีแค่ห้องเดียวต่อชั้น ห้องละ 25 คน

ส่วนประถมมีชั้นละสองห้อง ห้องละไม่เกิน 30 คน 

เลยเริ่มเข้าใจว่าทำไมไม่ดัง อ๋อ เพราะว่าเด็กน้อยนี่เอง

จริงๆโรงเรียนนี้ ไม่ได้อยู่ในสายตาหม่ามี๊เท่าไหร่ในตอนแรก

เพราะว่าที่นี่ เวบไซท์ก็ไม่ได้อัพตั้งแต่ปี 51 แผ่นพับที่แจกก็ซีรอกซ์ขาวดำ บนกระดาษธรรมดา

เรียกว่าดูเหมือนไม่ใส่ใจ ไม่ดูแลเท่าไหร่ ก็เลยคิดว่าอาจไม่เวิร์ค

มีหลานชายของอาจารย์ที่คณะ เรียนที่นี่ อาจารย์บอกว่า ใช้ได้ เป็นแนววิชาการ

ซึ่งก็อีกนะ ใจจริง หม่ามี๊ไม่อยากให้ไทเรียนแนววิชาการเท่าไหร่

ไม่ใช่เพราะไม่อยากให้มีความรู้ทางวิชาการ 

แต่หม่ามี๊กังวลเรื่องการที่เด็กไม่ได้ถูกสอนให้คิดเองเป็น เพราะชินกับการที่คุณครูป้อนให้

เหมือนที่เค้าบอกว่า สอนให้จับปลากินเองเป็น กับยื่นปลาให้เลย นั่นแหละ

มันต่างกันมาก หม่ามี๊อยากให้ไท เป็นเด็กคิดเป็น หาคำตอบที่อยากรู้เองเป็น

ไม่ใช่นั่งรอคนป้อนใส่สมอง ทำให้คิดไม่เป็น ซึ่งนั่นคือระบบการศึกษาแบบเก่า

หม่ามี๊ทำงานเป็นอาจารย์มหาลัย หม่ามี๊เจอนักศึกษาเยอะ

ทำให้เห็นปัญหาทั้งในด้านการเรียนรู้ การเป็นคนแบบไหน 

ซึ่งพบว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่หล่อหลอมมาจากโรงเรียนทั้งนั้น

คนที่มาจากโรงเรียนเดียวกัน มักจะมี character ที่คล้ายกัน

แม้แต่ตัวหม่ามี๊เอง กับอาจารย์ที่มาจากอีกมหาลัยนึง คุยๆกันแล้ว เราก็พบว่า

คนที่มาจากมหาลัยเดียวกัน คณะเดียวกัน มีลักษณะเหมือนกัน

ซึ่งระหว่างที่เราเรียนนั้น อาจารย์เค้าก็ไม่ได้มาทำอะไรกับพฤติกรรม หรือความคิดของเรา

ทำไมเราถึงมีแนวความคิดเดียวกัน ทั้งๆที่บางครั้งรุ่นมันห่างกันเป็นสิบปีเลยก็ไม่ทราบ

หม่ามี๊เลยอยากหาโรงเรียนที่ทำให้ไทได้เรื่องใจด้วย คิดเป็นด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องวิชาการ

แต่นะ (อีกที) ไม่มีที่ไหน perfect ไปหมดทุกอย่าง

สรุปว่าออกจากโรงเรียนแรกมา คุณยายบอกว่าใช้ได้ รับไว้พิจารณา :)

เสียดายที่ที่นี่ไม่มีชั้นเตรียมอนุบาล เข้าเทอมนี้ไม่ได้ :( 


...............................................................................................................................



ตามล่าหา รงเรียน



ในเมื่อไทยังไม่ตื่น เราเลยตรงไปอีกที่นึง

ที่นี่เป็นโรงเรียนอนุบาลขนาดเล็ก 

รับตั้งแต่ขวบครึ่งถึงอนุบาลสาม

เดินชมสถานที่แล้ว คุณยายคอมเม้นท์ว่า "ไม่สะอาด ห้องน้ำมีกลิ่น ห้องเรียนมีกลิ่นอับ"

เป็นอันจบข่าว ตัดออกได้เลย เพราะความสะอาดสำคัญมาก

เพราะฉะนั้น ขอไม่พูดชื่อโรงเรียนนี้นะคะ เราไม่ชอบเค้า แต่เราไม่ว่าเค้าออกสื่อค่ะ


.............................................................................................................................



ออกจากที่นี่ ที่บ้านโทรมาบอกว่าไทตื่นแล้ว 

เลยกลับบ้านไปรับไทกัน 

ที่ต่อไป "อนุบาลยุคนธร" ค่ะ

น้าเก็บบุญเคยเรียนยุคลธรสมัยที่ทั้งบ้านเรา และโรงเรียนยังอยู่ที่สุขุมวิท

หม่ามี๊ก็เคยเรียนบัลเล่ต์ที่ยุคนธร

แถมเพื่อนหม่ามี๊ยังเป็นสะใภ้เจ้าของโรงเรียนนี้อีกต่างหาก

หม่ามี๊เคยไปดูที่นี่มาแล้วหนนึ

สมัยที่อกหักจากโรงเรียนแรกที่ปากซอย

ที่หม่ามี๊ยังไม่ตัดสินใจในตอนนั้น เพราะว่าเด็กๆที่หม่ามี๊เจอห้องที่เป็นชั้นเตรียมอนุบาลมีเด็กน้อยมาก

และเค้าดูซึมๆกัน ไม่สนุกเลย

ไทไปคงจะไม่ชอบ และคงจะยากสำหรับไท

ทั้งๆที่คุณครูก็ดูโอเค บางท่านอยู่มาตั้งแต่สมัยน้าบุญเคยเรียนอ่ะคิดดู

คุณยายเห็นด้วยกับหม่ามี๊ว่าที่นี่เค้าดูเรียบร้อยไปป่าว 

แล้วอีกอย่างถึงทางนี้จะเป็นทางที่ใกล้กับทางที่หม่ามี๊ผ่านไปทำงานทุกวัน

แต่ว่าก็รถติด และต้องฉีกเส้นทางออกมาไกลเหมือนกัน เลยยังไม่ปักใจเท่าไหร่

ตอนเดินดูที่นี่ ไทก็มองอย่างสนใจ แต่ก็นิ่งกว่าปกติมาก

แถมยืนๆอยู่ฉี่ราดมันซะงั้น

อายคุณครูจริงๆ

หลังๆพี่ไทชอบเล่นเพลิน บอกฉี่ไม่ทัน แล้วก็ฉี่รดกางเกง

แต่ครั้งนี้ หม่ามี๊ว่าไทแอบใส่การประท้วงเข้าไปด้วยนิดหน่อย - -"


..............................................................................................................................


ตามล่าหา รงเรียน



ที่ที่สี่ คือ "อนุบาลเปล่งประสิทธิ์ ศรีนครินทร์"

แน่นอนว่าที่นี่ แพง และทุกอย่างดูเริ่ดหรู อลังการ

ของเล่นก็ละลานตา สิ่งประดับประดาก็ล้วนแต่น่าสนใจสำหรับเด็ก

คุณไทเดินเข้าไป แวะตรงนั้นที ตรงนี้ที สนุกใหญ่

เจอพี่ๆเพื่อนๆ เพิ่งทางข้าวเสร็จ มาวิ่งเล่นในสนามด้วย

พี่ไทก็วิ่งไปเล่นของเล่นบ้าง อย่างยิ้มแย้ม (กว่าตอนไปดูยุคลธรมากมาย)

หม่ามี๊ชอบพื้นห้องเรียนของที่นี่ เพราะมันดูดีสะอาดตา

เดินเข้าโรงเรียนก็มีเครื่องสเปรย์แอลกอฮอล์ที่มือแบบอัตโนมัติแล้ว ลงทุนสูงค่ะที่นี่

ของเล่นเยอะดี พื้นที่ก็เยอะ เรียกว่า physical ชนะเลิศ

แต่ที่ไม่ชอบอย่างนึงคือ เด็กๆนั่งที่โต๊ะแล้ว คุณครูพูดว่า 

"เอ้า มือขวาถือช้อน มือซ้ายถือส้อมนะคะเด็กๆ"

เอ ถ้าเกิดมือซ้ายถือส้อมจะผิดเหรอคะ แล้วคุณครูจะบังคับให้ใช้ขวามั้ยคะ

งงมาก ไม่น่าเชื่อว่าโรงเรียนทันสมัยแห่งนี้จะบังคับให้เด็กถือช้อนมือชวา ดินสอมือขวา

นั่นคือความไม่ประทับใจเล็กๆ นอกไปจากเรื่องราคาอันสูงลิ่ว อิอิ

ส่วนคุณยายบอกว่า "มองหาครูไม่เจอ เห็นแต่คนที่ดูเหมือนพี่เลี้ยงเด็กมากกว่า 

ใหญ่โต อลังการดี ดูเด็กๆสนุก แต่ไม่รู้ว่าเพราะเรามาเจอตอนเค้าพักรึเปล่า 

ตอนอยู่ในห้องเรียนจะเป็นไงไม่รู้ แล้วก็อีกอย่าง แถวนี้รถติด"

ตกลงเลยยังไม่ได้ตัดทิ้ง แต่ว่ารอพิจารณาที่อื่นต่อไป เพื่อเปรียบเทียบกัน

ถ้าหม่ามี๊เป็นคนติดหรูหรา และเงินถึง หม่ามี๊คงปักใจเลือกที่นี่ไปเรียบร้อย 

เพราะดูดีเหลือเกิน และไทก็ชอบด้วย


............................................................................................................................


ตามล่าหา รงเรียน



ที่สุดท้าย ที่เราแวะไปหลังทานข้าวเที่ยงที่ Paradise Park พี่ไททานได้ดี

แต่ขึ้นรถแล้วอ๊อก แต่นะ ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปกันให้เสร็จๆ

จริงๆที่นี่ตอนแรก หม่ามี๊ไม่ได้กะจะไป 

แต่พอยังไม่มีที่ไหนที่มันถูกใจที่สุด ก็เลยไปดูดีกว่า

"โรงเรียนอนุบาลปาณยา พัฒนาการ"

อยู่ห่างจากบ้านเราไม่มาก เพราะว่าขับรถข้ามแยกพัฒนาการไปก็ถึงแล้ว

ไปถึง อืมมมมม สถานที่อยู่ในซอยส่วนตัว

เปิดประตูปุ๊ปเจอคุณครูวัยเกือบเท่าคุณยาย หน้าตาใจดีมากกกกกกก

หม่ามี๊ถูกชะตาคุณครูคนนี้ทันที ได้ใจ ตั้งแต่ยังไม่ก้าวเท้าเข้าโรงเรียนเลย

เข้าไปแล้วพบว่าครูท่านนั้น น่าจะเป็นพี่หรือน้องของเจ้าของโรงเรียน

คุณครูอีกท่านเป็นผู้พาเราเดินชมโรงเรียน 

เราพบว่า ที่นี่นอกจากมีโรงเรียนอนุบาลแล้ว ยังมีโรงเรียนประถมด้วย 

รับนักเรียนตั้งแต่เตรียมอนุบาลขึ้นไป เทอมสองนี้ก็รับเพิ่มอีกสองห้องในชั้นไท

เดินเข้าไปถึง ไทก็ถูกดูดเข้าไปด้วยสระว่ายน้ำทันที

นอกจากนั้นโรงเรียนนี้ ก็ยังมีสิ่งละอันพันละน้อย เช่นสารพัดสัตว์จำลอง 

เช่นลิงที่ห้อยอยู่บนต้นไม้ และสัตว์จริงๆ เช่นบ่อปลา

ของเล่นไม่ได้เยอะมาก เหมือนที่เปล่งประสิทธิ์ แต่ว่าไทก็สนใจ เพราะไทชอบสัตว์นั่นเอง

โรงเรียนนี้ คุณครูบอกว่าเป็นแนว "วิชาการบวกเตรียมความพร้อม"

หม่ามี๊รู้มาก่อนแล้วหล่ะ ว่าที่นี่เป็นแนววิชาการ

แต่พอคุณครูบอกว่าเตรียมความพร้อมด้วยก็ว่าก็ดีเหมือนกัน

ถามครูว่านักเรียนที่นี่จบปอหกแล้วไปเรียนต่อที่ไหน ครูบอกว่าเตรียมพัฒน์ค่ะ

สรุปว่า โรงเรียนแถวนี้ เด็กไปเตรียมพัฒน์กันทั้งนั้

ซึ่งมันก็อยู่ตรงข้ามบ้านเรานี่เอง จริงๆไทสามารถจับฉลาก 

ในฐานะเด็กในพื้นที่ได้ด้วย (ถ้ากฎไม่เปลี่ยน)

ค่าเทอมที่นี่ ก็ถูกกว่าเปล่าประสิทธิ์ ถูกกว่าโรงเรียนอนุบาลปากซอย

แต่ก็แพงกว่าที่ปิยะจิตร ส่วนประถม ถ้าเป็นแบบสามัญ คือเรียนเป็นภาษาไทยปกติ 18,000

ห้องเรียนก็ไม่เยอะดี คือชั้นละสองห้อง 

แต่ที่นี่ไม่แค่นั้นค่ะ เพราะว่ามีโปรแกรม bilingual ด้วย 

ซึ่งการเรียนโปรแกรม bilingual ของอนุบาลคือ เรียนกับฝรั่งมากกว่าเด็กที่เรียนแบบสามัญ 

เด็กสามัญเรียนครั้งสองครั้ง แต่นี่เรียนทุกวันเลย ทำให้คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษว่างั้นเถอะ

ค่าเทอมต่างกันเกือบ จาก 28,240 เป็น 43,240

ส่วนของประถม แบบภาษาไทย 18,000 แบบ bilingual 38,000 

ที่นี่หม่ามี๊ค่อนข้างถูกใจ เพราะว่าไม่ไกลมาก และดูเป็นโรงเรียนจริงๆ

ดูมีระบบ ระเบียบดี ถึงชั้นเด็กเล็กอาจจะไม่ได้มีของเล่นล่อเด็กมากนัก

แต่ความสะอาดโอเค กว้างขวาง ไม่อึดอัด

ชั้นประถมก็มีทางเลือกให้คือจะเรียนแบบไทย หรือ bilingual

คุณยายบอกว่า "ก็ใช้ได้ แต่ว่าไกลกว่าปิยะจิตร" 


................................................................................................................................


ตามล่าหา รงเรียน



กลับมาบ้าน มาตกตะกอนความคิด แต่ยังไม่ตัดสินใจ เพราะว่าเราเหลือวันที่ 29 

ซึ่งมีนัดชมโรงเรียนทอสีด้วย 

ซึ่งทอสี จากที่หม่ามี๊ได้ทราบ เป็นโรงเรียนวิถีพุทธ

ใช้หลักพุทธศาสนาในการสอนเด็กๆ

ไม่สอนให้เด็กๆแข่งกับคนอื่น ไม่มีการจัดอันดับที่ในการสอบ

เพราะเชื่อว่าการแข่งกับคนอื่นไม่มีประโยชน์ แต่การชนะตัวเองสิ เริ่ดสุด

หม่ามี๊มีความคิดว่า โลกปัจจุบัน มันมีอะไรที่เลวร้ายเยอะ

มีสิ่งที่สามารถชักชวนให้คน มีแนวโน้มไปสัมผัสสิ่งที่ไม่ดีได้เยอะ

และชีวิตคน มันมีทั้งสุข ทุกข์ ผิดหวัง สมหวัง

หม่ามี๊ไม่รู้ว่าหม่ามี๊จะอยู่ดูแลลูกได้นานขนาดไหน

และถึงจะอยู่ไปอีกนาน ก็ไม่ได้การันตีว่าหม่ามี๊จะสามารถทำให้ไทแฮปปี้ได้ตลอดเวลา

ใจของลูกเองต่างหาก ที่จะทำให้หนูเป็นสุข และพ้นจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย เลือกเป็น คิดเป็น

ดังนั้นลูกต้องมีคุณสมบัติที่ควรมี คือมีภูมิต้านทานทางจิตใจ

และสิ่งนี้เกิดขึ้นได้ ถ้าลูกรู้จัก และได้เข้าใจในพุทธศาสนา

ถ้าให้ที่บ้านสอนเอง มันคงไม่เยอะเท่ากับให้ลูกค่อยๆซึมซับจากโรงเรียนทุกๆวัน

แต่นะ เดี๋ยวต้องไปดูก่อน ที่แน่ๆ ข้อที่ยังตะขิดตะขวงใจกับที่นี่คือ ราคา 

ซึ่งโรงเรียนแนวใหม่แบบนี้มักจะมีค่าเรียนสูงกว่าโรงเรียนอื่นๆ

และอีกอย่างโรงเรียนอยู่คลอดตันก็ไม่ไกลมาก แต่รถติดเหลือเกิน


...................................................................................................


ปลายเดือน ไปดูทอสี แล้วจะมาบันทึกอีกครั้ง 

ว่าเราตัดสินใจเลือกโรงเรียนไหน

แต่แนวโน้มในตอนนี้ คือ อยากให้ไทเข้าเทอมสองนี้แน่ๆ

ไม่อยากให้รออยู่บ้านอีกเทอม


 

     Share

<< Ty's BirthdayThawsi and School Solution >>

Comments

อยากจะแนะนำอีกหนึ่งโรงเรียนเพื่อเป็นทางเลือกนะคะ

โรงเรียนอนุบาลทองพูน

เป็นโรงเรียนระดับ เนอสเซอรี่ - อนุบาล 3 เป็นโรงเรียน 3 ภาษา

สภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนร่มรื่นบรรยากาศดีเพราะไม่ติดถนนใหญ่

คุณครูมีประสบการณ์ นักเรียนต่อห้องไม่แออัด

อยากรู้ว่าดียังไงลองเข้ามาดูที่
www.thongpoonschool.com
facebook : TPS Pre - international School
OR   
Mon 9 Sep 2013 14:42 [10]
 

ชอบๆ ชอบมากเลย พี่อ่านแล้วก็ไม่อยากให้ลูกถูกฝึกออกมาเหมือนกันหมดยังกะปลากระป๋องและคำพูดของครูศักดิ์ศิษย์มากกกกกกกกกเชื่อฟังทุกอย่าง
Mifa Kotarak   
Tue 17 Apr 2012 21:48 [9]
 

อ่านเรื่องคุณแม่พี่ไทเขียนแล้ว คล้ายกับเรื่องที่คุณแม่กำลังเจออยู่ กับโรงเรียน ปากซอยพัฒนาการ 5x เลยค่ะ คุณครูใหญ่(จ้าของโรงเรียน)จิกสุดๆค่ะ ตอนนี้คุณแม่ก็กำลังหาโรงเรียนให้ลูกใหม่เหมือนกัน ว่าจะไปลองดูที่ปาณยาว่าลูกเราจะชอบหรือเปล่า เพราะว่าจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตมากนักเพราะใกล้บ้าน แต่อีกทีทีมองก็เป็นโรงเรียนสยาม 3 ไตร แนวพุทธค่ะ แต่ติดที่การรับส่งลูก และราคาค่อนข้างแพงมากๆค่ะ ไม่ทราบว่าคุณแม่ท่านอื่นๆ ไปเรียนที่ปาณยาแล้วดูแลลูกเราดีหรือเปล่าค่ะ
คุณแม่ลูก2   
Wed 14 Mar 2012 14:21 [8]

ขอบคุณมากๆจากใจค่ะ ตอนนี้มองหาอนุบาลให้ลูก ยังไม่ได้เลยค่ะแถว อ่อนนุช หรือศรีนครินทร์ค่ะ
แม่น้องยู   
Tue 10 Jan 2012 14:59 [7]

โรงเรียนหน้าปากซอยที่ว่านี่ ใช่โรงเรียนที่อยู่ในซอยพัฒนาการ 5x ใช่รึปล่าวคะ? แอบใบ้ให้นิดนึงนะคะ เพราะตอนแรกก็เลือกโรงเรียนนี้เป็นตัวเลือกแรกๆไว้ในใจเหมือนกัน

ได้ไปคุยกับครูใหญ่มานิดนึง ก็มีคำว่า "เอ๊ะ ทำไม..." ผุดขึ้นมาในใจแวบๆทันที แต่ก็ไม่มั่นใจว่าเราคิดมากไปรึปล่าว
Betee   
Tue 13 Dec 2011 13:02 [6]
 

สวัสดีค่ะ ได้อ่านเรื่องที่ได้ไปเจอมาแล้ว ก็ชอบโรงเรียนปาณยาเหมือนกัน เพราะกำลังหาที่เรียนให้น้องอยู่จะเข้าป.1 ปีหน้า หนึ่งในนั้นก้คือปาณยาค่ะ เพราะดูน่าสนใจอย่างที่คุณอธิบายและอีกอย่างไม่ไกลบ้าน ถ้ามีโรงเรียนอื่นที่น่าสนใจช่วยบอกด้วยนะค่ะ จะขอบคุณมากค่ะ
นก   
Wed 27 Jul 2011 9:58 [5]
 

ว๊าววว พี่ขิมละเอียดดีจังเลยค่ะ
แพรก็พาหลานไปโรงเรียนแล้ว วันนี้วันที่สองค่ะ
แต่อยู่ ตจว กัน ตัวเลือกไม่เยอะ แถมไม่ได้อยู่ในเมืองอีก
แต่เท่าที่ดู ยัยพิมพิมก็ชอบน่ะค่ะ และเค้าเองอยากไปโรงเรียน วันนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ อิอิ

phraebear   
Wed 29 Sep 2010 10:44 [4]

อ่านเพลินเลยขิม ได้ความคิดอีกหลายๆแง่มุม คิดดูิสิแค่จะเลือกโรงเรียนให้ลูกยังต้องคิดหนักขนาดนี้เลยนะ

ที่ชุมพรไม่รู้จะมีให้เลือกหลากหลายอย่างนี้รึเปล่า
พี่พิม   
Sat 25 Sep 2010 12:59 [3]

ขอบคุณสำหรับแง่คิดจากป้าจิและป้าจิบด้วยค่ะ :)
ขิม   
Sun 19 Sep 2010 22:14 [2]

Thanks for comments ka. I forgot to give credit to P'Jib for the boys' costume. Thanks Na ka.
Kim   
Sat 18 Sep 2010 7:28 [1]

Post your comments

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh